Sunday, March 8, 2020

ทำสินค้าปลอมได้เหมือนมาก


- หน้า 6 -

 ทำสินค้าปลอมได้เหมือนมาก

 1  <  2  <  3  <  4  <  5  <  6  >   7  >   8  

        มีคนพยายามเบี่ยงเบนประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของปลอมนะครับ  คือสมมติว่ามีข่าวหนาหูว่า ตัวแทนของบริษํท xxxxx ในไทย (สมมตินะครับ) ไปซื้อหัว xxxxx มาใช้ แล้วแอบขายของปลอมร่วมด้วย! (ขายของปลอมร่วมกับของจริง เช่นขายของปลอมไปสามขวด ก็จะมีของแท้ออกมา 1 ขวด)  /  คำว่าเบี่ยงประเด็นในที่นี้ก็คือว่า พอมีข่าวหนาหูว่า สินค้ายี่ห้อ xxxxx ที่เห็นในท้องตลาดเป็นของปลอม  ไอ้เจ้าคนที่ซื้อหัว ( คำว่าซื้อหัวในที่นี้ ก็คือการขอเป็นตัวแทนจำหน่ายของยี่ห้อ xxxxx ในไทยนะครับ ) ก็รีบออกมา เอาเอกสารยืนยันต่อสาธารณชนโดยทั่วไปเลยว่า เขาได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนของอาหารเสริมยี่ห้อ xxxxx ในไทยแล้ว และบริษัท xxxxx ก็มีตัวตนอยู่จริงที่อเมริกาโน่น ,มีการโฆษณา มีสื่อประชาสัมพันธ์ ดังนั้น สินค้าของ xxxxx ที่ขายในไทยทั้งหมดจึงเป็นของแท้! พร้อมทั้งพาไปดูโกดังที่เก็บสินค้าของ xxxxx และมีพรีเซ็นเตอร์มาออกงาน และยืนยันความเป็นของแท้อีกด้วย

       นี่แหละครับ คือความหมายของคำว่า เบี่ยงประเด็น  เพราะอะไรถึงเรียกว่าเป็นการเบี่ยงประเด็นครับ ก็เพราะผมไม่เคยพูดเลยว่าอาหารเสริมยี่ห้อ xxxxx เป็นของปลอมนะครับ  คือไอ้เจ้ายี่ห้อ xxxxx น่ะ เป็นของแท้ และมีตัวตนที่อเมริกาจริงๆ  และใบอนุญาตที่บริษัทตัวแทนได้รับมา ก็เป็นของแท้ อันนี้ผมเชื่อครับ แต่สิ่งที่ไม่เชื่อก็คือ เราจะสามารถเชื่อใจบริษัทที่ไปซื้อหัวอันนี้มาได้ไหมว่า จะไม่เอาของปลอมมาแทรกขายร่วมกับของจริงน่ะครับ / ดังนั้น ถ้าจะให้ผมมั่นใจว่าผมจะซื้อสินค้ายี่ห้อ xxxxx ในไทยได้ ก็มีอย่างเดียว คือต้องมีหน้าร้านตั้งขายในห้างดังๆเท่านั้นครับ (เพื่อพร้อมสำหรับการตรวจสอบได้ตลอด 24 ชม.หรือจนกว่าห้างจะปิด) ผมจะไม่ซื้อจากเซลล์ตามโรงยิมเป็นอันขาด / แล้วอะไรเป็นเหตุให้ผมไม่ซื้อกับเซลล์ตามโรงยิมน่ะหรือ คำตอบก็คือบทความในหน้านี้นั่นแหละครับ คือของปลอมสมัยนี้มันทำได้เหมือนมากๆ       จากที่ผมเคยเล่าให้ฟังมาก่อนหน้านี้แล้วว่า โลกเราทุกวันนี้ มันไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไร คือคุณธรรมของคนในโลกเรา ค่อนข้างจะตกต่ำ  ตกต่ำอย่างไรก็เพียงแค่ตัวเองต้องการเอาเงินไปใช้  ถึงกับยอมเอาของปลอมมาหลอกขายคนอื่น  โดยไม่สนใจว่าคนที่เอาของปลอมไปใช้จะเกิดอันตรายขนาดไหน  นี่แหละที่เขาเรียกว่าความละโมบของมนุษย์นั้น ไม่สนใจเลยว่าคนอื่นจะได้รับเคราะห์กรรมอย่างไร



      จากประสบการณ์การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับเรื่องการปลอมแปลงสินค้านั้น  ผม Webmaster ( ในฐานะตำรวจที่ดำเนินคดี ต้องยอมรับเลยว่าสินค้าของปลอมเทียบกับของจริงสมัยนี้ มันแยกไม่ออกเลยจริงๆ  (ผู้ชายที่ทำศัลยกรรมบางคน ยังสวยกว่าผู้หญิงจริงๆเสียอีก)  ยิ่งวิทยาการเกี่ยวกับการพิมพ์ ,การก๊อปปี้ ,การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ถูกพัฒนาไปมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้การปลอมแปลงดูแนบเนียนมากขึ้นเท่านั้น

       ขนาดธนบัตรปลอม มันยังเลียนแบบกันได้เหมือนเป๊ะ  สามารถนำธนบัตรปลอมนั้น ไปหลอกใช้ซื้อของกับพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้อย่างสบายๆ  นับประสาอะไรกับขวดและฉลากที่ติดอยู่บนอาหารเสริมปลอมพวกนั้น

       ที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูด ก็เพื่อเตือนเพื่อนสมาชิกบางท่าน ที่ดื้อดึง ถือว่าเคยซื้ออาหารเสริมยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้ใช้มาเป็นเวลานานแล้ว  น่าจะสามารถแยกออกได้ว่าขวดไหนจริง ขวดไหนปลอม  อย่างนี้ ผมถือเป็นความประมาทอย่างหนึ่งนะครับ  เพราะมันก็เหมือนเรื่องธนบัตรปลอมนั่นแหละ ทั้งๆที่เราใช้อยู่ทุกวัน บางทีเรายังไม่สามารถแยกธนบัตรปลอมกับจริงได้ด้วยตาเปล่าเลยครับ

       ก็ในเมื่อเราพึ่งพาสายตาของเรา ( ในการแยกแยะของจริงกับของปลอม ไม่ได้  เราจึงต้องพึ่งตัวกรอง เพื่อให้เราห่างไกลจากของปลอม  ซึ่งตัวกรองที่ว่านี้ ก็คือเราต้องหา แหล่งซื้อ อาหารเสริมที่ปลอดภัยที่สุดมากกว่าที่จะมาเลี่ยงของจริงกับของปลอมด้วยสายตาของเราเพียวๆ  และการจะหา แหล่งซื้อที่ปลอดภัยนั้น ผมก็มีแนะนำไว้แล้วที่ลิงค์  http://www.tuvayanon.net/7as-001001F-571110-1534.html 


ไข่ปลอมที่ถูกจับได้ในไทย เมื่อกลางปี พ.ศ.2552


      ไข่ไก่ปลอมได้เข้ามาในไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 แล้วนะครับ โรงงาน ( ทำไข่ปลอม ) แรกๆที่ถูกจับได้นั้น อยู่ที่ทางเหนือของประเทศลาว ที่อยู่ติดกับประเทศจีน แล้วเข้ามาทางตลาดหนองคาย  มีราคาขายที่ตลาดหนองคายอยู่ 1.50 บาท ( ต้นทุนคือ 0.75 บาท )  ในขณะที่ไข่จริงที่มีขนาดเดียวกัน จะมีราคา 3 ถึง 5 บาท

       คนซื้ออาหารเสริมปลอม หรือไข่ปลอมพวกนี้มากิน ก็คือการทำลายหลักฐานโดยสมบูรณ์แบบแล้ว ( คือกินเข้าไปอยู่ในท้องแล้ว ) ดังนั้น พวกมิจฉาชีพพวกนี้จึงลอยนวลอยู่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรไปจับเขาไงครับ / ยกตัวอย่างเรื่องไข่ปลอมนี้  เมื่อมองจากเปลือกภายนอกก็จะไม่เห็นความแตกต่างเมื่อเทียบกับไข่จริงเลย ทั้งสี ทั้งขนาด  และถึงแม้ เวลาตอกออกมา ความหนาของเปลือกไข่ ก็เหมือนของจริงอีก และยังมีไข่ขาว ไข่แดงเหมือนของจริง ทุกประการ ปรุงอาหารได้เหมือนกันอีก / แต่ถ้าตอกใส่ถ้วยไว้แบบในภาพข้างบนนี้ แล้วทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง ไข่ปลอมจะเริ่มส่งกลิ่นคาวมากกว่าไข่จริง และเริ่มแสดงลักษณะของแป้งผสมสีออกมา

( ภาพบน ) ไข่ปลอมที่กระเทาะแล้ว เหมือนไข่จริงมาก.ก..ก..

       ( ภาพบน ) สารสำหรับทำไข่ขาว ก็คือสารเคมีในภาพข้างบนนี้ อันได้แก่ เยลลี่ ,แป้ง ,Benzoic acid และ อลูมิเนียม โปแตสเสียม  ซึ่งตัวที่น่ากลัวที่สุดก็คือตัว อลูมิเนียม โปแตสเซียม นี่เอง เพราะสารตัวนี้ เขาเอาไว้ใช้กัดสีของโลหะ หรือเอาไว้กัดสนิมในโรงงานอุตสาหกรรมนั่นเอง

       สารสำหรับทำไข่แดงนั้น เขาใช้สีผสม ซึ่งยังไม่สามารถระบุส่วนประกอบของสารเคมีนี้ได้

       ส่วนที่ทำเป็นเปลือกไข่นั้น ทำจากพาราฟิน แว็กซ์ ผสมกับน้ำขาว ( ซึ่งในส่วนของน้ำขาวนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นส่วนประกอบของอะไร ) แล้วเอาไข่ปลอมไป "จุ่ม" แล้วตากให้แห้ง เพื่อให้ออกมาดูเป็นเปลือกไข่



     ( ภาพบน ) น้ำในขวดสีส้มๆ กับของเหลวขาวๆขุ่นๆในทัปเปอร์แวร์ ใช้ผสมกัน แล้วเรียกว่า "น้ำวิเศษ" ทำมาจากแคลเซียมคลอไรด์  มีคุณสมบัติในการทำให้ไข่แดง (ปลอม) กลมตัวอยู่ไปตลอด (ลอยในไข่ขาวปลอมอีกทีหนึ่ง)  / โปรดสังเกตุ "บล็อค" ทำไข่ปลอมในรูปข้างบนนี้ จะมีด้านหนึ่ง ทำเป็นรูกลมๆ ( สำหรับไข่แดงปลอม ) ส่วนอีกด้านหนึ่งของบล็อค ทำเป็นรูป รีๆ ยาวๆ สำหรับใส่ไข่ขาวปลอม  และลักษณะบล็อค จะเอียงลาดมาทางด้านรูป รีๆ ยาวๆ นี้ / คราวนี้ เรามาดูขั้นตอนการทำกันครับ


     ( ภาพบน ) เอาไข่แดงปลอมใส่บล็อคด้านกลมก่อน เสร็จแล้วจึงเอาน้ำวิเศษ ( ในขวดสีส้ม) เทใส่ไข่แดงปลอม เพื่อให้มันเคลือบไข่แดงปลอมเอาไว้ เพื่อให้ไข่แดงปลอมนี้ มีลักษณะพิเศษ คือ กลม และลอยตัวอยู่ในไข่ขาวปลอมได้ / ตอนนี้ ตัวที่เป็นไข่ขาวนั้น อยู่ในถังสีเขียวข้างล่าง / เมื่อเทน้ำวิเศษ ใส่ไข่แดงปลอมเสร็จแล้ว  ก็เคลื่อนย้ายไข่แดงปลอม ให้ "กลิ้ง" ไปอยู่ที่อีกหลุมหนึ่ง ซึ่งเป็นหลุมที่ รีๆ ยาวๆ / ตอนนี้ จะมีไข่ขาวปลอม ใส่สังสีเขียว รออยู่ด้านล่าง ( ในรูปข้างบนนี้ )



     ( ภาพบน ) ค่อยๆหย่อนบล็อคลงไปในไข่ขาวปลอม ( ที่อยู่ในถังสีเขียว )  /  ด้วยความลาดเอียงของตัวบล็อค ก็เลยทำให้ไข่ขาวปลอม ค่อยๆไหลเข้ามาในบล็อค ( ด้าน รีๆ ยาวๆ นั้น )


( ภาพบน ) เอาไข่ขาวปลอม (ที่มีไข่แดงปลอมอยู่ข้างใน) ไปเคลือบพาราฟิน แว็กซ์ เพื่อทำเป็นเปลือกไข่ ทิ้งไว้ให้แห้ง ก็เป็นอันเสร็จพิธี


     ( ภาพบน ) เวลาเอามาทำอาหารนั้น เมื่อดูด้วยสายตาภายนอก จะไม่เห็นความแตกต่างจากไข่ของจริงเลย  แต่เมื่อดูในเรื่องสารประกอบเคมีที่อยู่ในตัวไข่ปลอม จะพบว่ามันไม่มีคุณค่าทางอาหารเลย เพราะทำจากสารเคมีเพื่อให้ "ดูคล้าย" ไข่ของจริงเท่านั้น  มิหนำซ้ำยังต้องทานตัวกัดสนิม คือตัวอลูมิเนียม โปแตสเซียมที่ทำเป็นไข่ขาวปลอม  เข้าไปในกระเพาะของเราด้วย อะไรจะเกิดขึ้น คิดดูแล้วกันครับ

       ขอย้อนกลับมาพูดซ้ำเรื่องราคากันอีกทีนะครับ  ต้นทุนไข่ปลอมคือ 0.75 บาท  ในขณะที่ไข่จริงที่มีขนาดเดียวกัน จะมีราคา 3 ถึง 5 บาท ดูเอาแล้วกันว่า  "แรงจูงใจจากกำไรแค่ฟองละหนึ่งบาทห้าสิบสตางค์"  เขาก็ยังทำปลอมกันแล้ว ดังนั้น มันจึงไม่น่าแปลก ที่พวกมิจฉาชีพ จะเกิดแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ ที่จะปลอมอาหารเสริม ที่ขายแล้วได้กำไรขวดละ 3,500 บาทอย่างสบายใจเฉิบ ขนาดกำไรของปลอมขวดละห้าร้อยกว่าบาท อย่างการปลอมอะมิโน 10000 ยี่ห้อเฮลท์ตี้เอ็น เขาก็ลงมือทำกันแล้วล่ะครับ / จากนั้น ก็เอากำไรดังกล่าว มาแบ่งผลประโยชน์กับผู้ร่วมกระบวนการขาย ( เรียกว่า ไม่งกในเรื่องของการแบ่งผลกำไร ) เป็นขั้นเป็นตอนแบบขั้นบันได  ทำให้ผู้ช่วยขายได้รับส่วนแบ่งมากกว่าการขายอาหารเสริมของแท้ / ดังนั้น พวกมิจฉาชีพ พวกนี้ จึงมีชีวิตอยู่ได้อย่างสบายๆ ด้วย "เงินของเหยื่อ" ที่จะต้องตายแบบผ่อนส่งอย่างช้าๆ เพราะกินอาหารเสริมปลอมที่มีสารพิษเข้าไปในร่างกายทุกๆวันนั่นเองครับ

หน้าถัดไป

1  <  2  <  3  <  4  <  5  <  6  >   7  >   8  

No comments:

Post a Comment