Wednesday, March 11, 2020

บทความเรื่องการยึด - ไม่ยึดสินค้าเกี่ยวกับเพศ




บทความเรื่องการยึด - ไม่ยึดสินค้าเกี่ยวกับเพศ

โดย พ.ต.อ.วิษณุ  ตุวยานนท์

        สวัสดีครับ ไม่ต้องตกใจนะครับว่าตำรวจมาเกี่ยวกับอะไรกับเรื่องนี้ คนซื้อจะมีความผิดหรือ? ถึงต้องมีตำรวจมาเกี่ยวข้อง / ที่ผมมาเขียนบทความอันนี้ให้อ่านกัน ก็เนื่องจากว่าผมเป็นสามีของ Webmaster ( คือเป็นสามีของคุณวิชุดา ที่เป็นเจ้าเวบ tuvagroup.com นี้ ) แล้วบังเอิญว่าคุณวิชุดา อยากให้เขียนอธิบายเรื่องการยึด - หรือไม่ยึดวัตถุที่เกี่ยวกับเรื่องเพศน่ะครับ

       ตัวผมเองนั้นเป็นตำรวจทำงานอยู่ที่โรงพักมาจะ 30 ปีแล้ว และก็ทำงานพนักงานสอบสวน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องข้อกฏหมาย การฟ้องผู้ต้องหา และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการยึดสิ่งของผิดกฏหมาย ผิดระเบียบ / แม้ว่าผมจะไม่ใช่พนักงานศุลกากร แต่ว่ารูปแบบการทำงานในส่วนของ "การยึดสิ่งของ" ก็จะคล้ายๆกัน คือจะมีกลิ่นอายของความเป็นข้าราชการไทยคล้ายๆกัน ดังนี้ครับ 


       จะมีระเบียบราชการระบุไว้เกี่ยวกับสถานที่ สำหรับจัดเก็บรักษาของกลาง ก็คือว่าจะต้องจัดให้มีห้องเฉพาะสำหรับการยึดสิ่งของ ( หมายถึงการยึดสิ่งของที่ถูกยึด )  ที่บุคคลภายนอกจะเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้ และจะต้องมีขนาดพื้นที่เพียงพอที่จะเก็บของที่ยึดไว้ได้เยอะๆ

       อันนั้น คือระเบียบครับ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ไอ้เจ้าห้องพวกนี้ มักจะโดนเจ้านาย ใช้เอาไปทำอย่างอื่น เช่นเอาไว้เก็บของส่วนตัวบ้าง ,ของราชการที่เสียแล้ว เช่น แอร์ที่เสีย ฯลฯ

       อันนี้เป็นปัญหาข้อแรกนะครับ นั่นก็คือว่า ไม่ค่อยมีสถานที่ให้เก็บของที่ยึดมา เพราะเจ้านายของพวกเรา ชอบเอาไปใช้ทำอย่างอื่น / ต่อไปเป็นปัญหาข้อ 2 นะครับ

       ปัญหาข้อ 2 ก็คือว่า เวลาของที่ยึดมานั้น ตัวผู้ยึดจะต้องเป็นผู้ดูแลรักษา คือหมายความว่า ถ้ามีบันทึกการยึดส่งมา ตัวเรา ( หมายถึงเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่อง ) ก็จะต้องดูแลรับผิดชอบ รักษาของที่ยึดไว้
/ ส่วนที่ว่าจะดูแลรักษาไปนานขนาดไหนนั้น ก็ขึ้นกับว่าของที่ยึดนั้นคืออะไร ซึ่งระเบียบตรงนี้ จะคล้ายๆกับของศุลกากร นั่นคือ

       ถ้าของที่ยึดนั้น ไม่ผิดกฏหมายในตัวมันเอง แต่ผิดเพียงแค่ระเบียบ ( เช่น ไม่เสียภาษี ) - อย่างนี้ เจ้าหน้าที่ก็ยึดไปจนกว่าจะ "ประมูลขายทอดตลาด" เช่นพวกรถไม่เสียภาษี ,เครื่องจักร ,เครื่องยนต์ ฯลฯ

       ถ้าของที่ยึดนั้น มันผิดกฏหมายในตัวมันเอง เช่น เป็นยาเสพติด ,เป็นของผิดลิขสิทธิ์ ,เป็นสินค้าเกี่ยวกับเรื่องเพศ ( คือหมายความว่า เป็นของที่ไม่สามารถประมูลขายทอดตลาดในภายหลังได้ ) - อย่างนี้ เจ้าหน้าที่ก็จะยึดไว้จนกว่า จะมี "การทำลายสินค้าที่ยึดนั้น"

       ซึ่งการยึดทั้งสองรูปแบบนี้ ( คือทั้งที่ยึดไว้ประมูลขายทอดตลาด และยึดไว้เพื่อทำลาย ) ก็ต้องใช้เวลาเก็บไว้กับตัวผู้ยึดไม่ต่ำกว่า 3 - 5 ปี

       แล้วระหว่าง 3 - 5 ปี ที่ว่ายึดนี้ จะเอาของไปเก็บไว้ที่ไหน? คำตอบก็คือว่า ตามระเบียบข้าราชการ ก็คือต้องเอาไปเก็บไว้ที่ห้องสำหรับยึดของ ( เหมือนในรูปที่เห็นข้างบนนั้น ) แต่ปรากฏว่า เจ้านายเราเอาห้องนั้นไปทำอย่างอื่นเสียแล้วสิ

       นั่นก็หมายความว่า เจ้าหน้าที่ก็ต้องเอาของพวกนี้ไปเก็บไว้กับบ้าน เป็นเวลา 3 - 5 ปี เพราะไม่อยากไปทะเลาะกับเจ้านายตัวเอง เรื่องการขอใช้สถานที่ในการเก็บของที่ยึด ( ยกเว้นในกรณียึดยาเสพติด ที่จะต้องส่งไปที่หน่วยงานเก็บรักษาของตำรวจ  ไม่สามารถเก็บไว้กับตัวเจ้าหน้าที่ได้ )

       ตัวผมเอง มีอยู่คดีหนึ่ง ที่ผมต้องยึดของกลางไว้กับตัวมาสิบกว่าปีแล้ว โดยรูปคดีก็คือว่า พ่อกับแม่เลิกกันแล้ว โดยลูกอายุ 4 ขวบ อยู่กับพ่อ มาวันหนึ่ง แม่มาแอบเอาลูกไปเลี้ยง  พอพ่อรู้ว่าโดนขโมยลูก ก็จะดำเนินคดีอาญา แต่ว่ามันไม่มีข้อหาแม่ขโมยลูกของตัวเอง  แต่ตัวพ่อนั้น รู้ว่าตุ๊กตาที่ลูกเอาไปด้วย ตัวเองเป็นผู้ซื้อให้ จึงดำเนินคดีอาญากับตัวแม่ในข้อหา ลักทรัพย์ ( ก็คือลักตุ๊กตาพวกนั้น ) นั่นก็หมายความว่า ตุ๊กตาพวกนี้ ก็คือของกลางแห่งคดี เพื่อจะใช้ในการที่ตัวพ่อดำเนินคดีกับตัวแม่ / ซึ่งผมในฐานะพนักงานสอบสวน ก็ต้องยึดตุ๊กตานั้น ( มีประมาณ 30 กว่าตัว ใส่อยู่ในกล่อง ) เป็นของกลาง และคดีนี้ สู้กันหลายศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลอาญา ,ศาลแพ่ง ,ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง อยู่เป็นสิบปี จนขาดอายุความ / เวลาย้ายแฟลตตำรวจ ก็ต้องย้ายของพวกนี้ตามไปด้วย เพราะไม่มีที่เก็บที่โรงพัก หรือถึงจะมีที่เก็บ ก็กลัวว่าจะมีลูกน้องที่ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ มาขโมยไปให้ลูกตัวเองเล่น

      
จากที่อ่านมาข้างต้นทั้งหมดนี้ ผมกำลังจะพยายามถ่ายทอดให้คุณฟังว่า "ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เจ้าหน้าที่ เขาไม่อยากยึดสิ่งของ ของคุณหรอกครับ" เพราะ ข้อหนึ่ง สถานที่ไม่มี ,ข้อสอง มันยุ่งยากที่ต้องดูแลรักษา 5 ปี 10 ปี - นี่คือเหตุผลว่า ทำไมทางภรรยาผม ถึงสามารถสั่งซื้อสินค้าที่ผิดระเบียบศุลกากร "บางอย่าง" เข้ามาได้ โดยไม่โดนยึด ( ซึ่งคำตอบก็คือ เพราะถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆแล้ว เจ้าหน้าที่ศุลกากร ก็จะเหมือนผมนั่นแหละ คือไม่อยากรับผิดชอบ ก็เลยไม่อยากยึดอะไร ( เพราะถ้ามีการยึดเมื่อไร คนยึดก็ต้องเริ่มรับผิดชอบในการเก็บรักษาโดยทันที ) )

       คุณๆทั้งหลายที่อ่านบทความนี้อยู่ คงจะเริ่มตีความเข้าข้างตัวเองแล้วใช่ไหมครับว่า "อย่างนี้ ก็พอมีลุ้นแล้วสิ ที่ว่าเราจะได้สั่งสินค้าลามก หรือวัตถุเทียมทางเพศ เข้ามาได้ " ยังก่อนครับ อ่านข้างล่างนี้ให้เข้าใจเสียก่อน / เพราะไอ้ที่พูดมาข้างบนนั้น ยังไม่ได้เข้าประเด็นเลยครับ  ที่จะเข้าประเด็นก็คือ สิ่งที่คุณจะได้อ่านข้างล่างนี้ต่างหากครับ

* * * หนังสือเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย

* * * หนังสือโป๊

      สมมติว่า หนังสือ 2 รูปแบบข้างบนนี้ เป็นหนังสือที่ผิดกฏหมายทั้งคู่ และมีคนจับกุม และยึดของกลางมาส่งให้ผม / ผมถามคุณว่า ถ้าสมมติว่าคดีนี้เคลียร์ได้ คือ คนขายบอกว่าจะไม่ขายอีกแล้ว ขอแก้ตัวกลับใจสักครั้ง ( ประกอบกับที่ว่า เราไม่มีที่เก็บของด้วย ) ถ้าคุณเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยอมเคลียร์ คือให้โอกาสคนขายกลับตัว  "คุณจะคืนหนังสือเล่มไหนให้เขากลับคืนไปครับ?"

       ผมก็เป็นผู้ชาย และยังไม่ได้บรรลุธรรมอะไร ดังนั้น ผมก็จะคืนแต่หนังสือ "วิธีฆ่าตัวตาย" กลับไป เพราะเก็บไว้กับตัว ก็รกบ้าน แต่ผมเก็บหนังสือโป้ไว้ ( โดยไม่รู้สึกรกบ้านแต่อย่างใด.. แฮ่ม.. )

       เห็นไหมครับว่า ถึงแม้มันจะเป็นหนังสือที่ผิดกฏหมายทั้งสองเล่ม แต่ว่า เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะยึดหรือไม่ยึด ก็ยังเป็นปถุชนอยู่ มันก็เลยมีความลำเอียงในการตัดสินใจยึดหรือไม่ยึดนั่นเอง ( นี่แหละ กลิ่นอายของข้าราชการไทย ) 


* * *  ต้นกล้าของต้นสน

* * *  อวัยวะเพศหญิงเทียม ( Sex Toy ) 

      สมมติว่า มีลูกค้าสองคน สั่งสินค้าเข้ามาคนละอย่าง สินค้าที่คนแรกสั่งมาคือ ต้นกล้าของต้นสน ,ส่วนสินค้าตัวที่สอง คืออวัยวะเพศเทียม ( รวมไปถึง Sex Toy รูปแบบอื่นๆ ) ซึ่งในระเบียบศุลกากร ก็ระบุชัดเจนอยู่แล้วว่า สินค้าจำพวกพืช และสินค้าเกี่ยวกับวัตถุลามกทั้งหลาย ผิดระเบียบศุลกากร แล้วต้องโดนยึด!

       แต่ปัญหาคือ ถ้ายึดต้นกล้า ต้นสน เอาไว้ 3 - 5 ปี ( เพราะไม่มีที่เก็บ ณ.สถานที่ศุลกากร )  คุณคิดว่ามันจะหยุดโตหรือไม่?  มันเกะกะบ้านหรือไม่? ดังนั้น ทางเจ้ราหน้าที่ก็เลยไม่ยึด ( ทั้งๆที่มันผิดระเบียบศุลกากร ) วิธีการไม่ยึดก็คือ ทำเป็นไม่เห็นบ้าง ,เรียกคนรับมาตักเตือนบ้าง พูดง่ายๆคือ ลดหย่อนให้เรื่องการยึด ( เพราะไม่อยากยึด )

       แต่พอสินค้าตัวนั้น เป็นอวัยวะเพศเทียม หรือ Sex Toy อื่นๆขึ้นมาเท่านั้นแหละ คราวนี้ มีระเบียบ มีข้อกฏหมายทุกข้อมาจับเลยทีเดียว ราวกับว่าเป็นสิ่งของที่ผิดฏหมายร้ายแรง ฆ่าคนได้ อะไรประมาณนั้น ทำไมถึงมีข้อกฏหมายมาจับมากมาย ทำไมไม่ผ่อนปรนเหมือนเรื่องต้นกล้า ต้นสน ทั้งๆที่สินค้าทั้งสองอย่าง ( คือต้นกล้า และอวัยวะเพศเทียม ) มันก็ผิดระเบียบศุลกากร เหมือนกัน ? คำตอบก็คือ ก็เพราะตูข้า อยากยึดอวัยวะเพศเทียม ไงล่ะ! ( คำว่าอยากยึด มันก็มีที่มาจากหลายๆเหตุผล เช่น เป็นสินค้าราคาแพง ลำพังเงินเดือนฉันก็ซื้อไม่ได้อยู่แล้ว ,หรือไม่ก็ เดี๋ยวเอาไปฝากคนโน้น คนนี้ อีกทั้งเราอ้างได้ว่า ไม่มีที่เก็บสินค้าพวกนี้ ( เพราะนายเอาห้องเก็บของกลาง ไปทำอย่างอื่นแล้ว ) ก็เลยเป็นเหตุให้เราเก็บของพวกนี้ไว้กับบ้านได้ ฯลฯ และเหตุผลอื่นๆจิปาถะที่ผู้ชายอกสามศอก อย่างเราจะนำมาใช้ ) และถึงแม้ยึดไปยึดมาแล้วของหาย ( เพราะเอาไปให้คนอื่นแล้ว ) ก็ยังอาจจำหน่ายว่าทำลายไปแล้วได้ เพราะยังไงของพวกนี้ก็ต้องถูกทำลายตามระเบียบอยู่แล้ว
       ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็คือ จะอธิบายให้ฟังว่านี่แหละ คือเหตุผลที่ว่าทำไมบางครั้ง สินค้าที่ผิดระเบียบศุลกากร ถึงผ่านมาถึงมือลูกค้าได้? ( ซึ่งคำตอบก็คือว่า เพราะเจ้าหน้าที่เขาไม่อยากยึดไงครับ ,มันรกที่ และมันก็ไม่ใช่สินค้าอันตรายไปฆ่าใครได้ ก็เลยอะลุ้มอะล่วยให้ )   และทำไม สินค้าเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ ไม่เคยรอดการยึดเลย ( ทั้งๆที่มันก็เป็นสินค้าที่ไปฆ่าใครไม่ได้เหมือนกัน แต่ที่มันโดนยึด ก็เพราะเจ้าหน้าที่เขาอยากยึดไงครับ )

- END -

No comments:

Post a Comment