Wednesday, March 11, 2020

ความแตกต่างของเว็บ อาลีบาบา กับเว็บ อาลีเอ็กเพรส


ความแตกต่างของเว็บ อาลีบาบา กับเว็บ อาลีเอ็กเพรส





ผู้ขาย หนีไปขายที่เว็บอาลีบาบา  แต่ผู้ซื้อ หนีมาซื้อที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส

ภาพบน ) สินค้าที่วางขายอยู่ที่ เว็บ อาลีเอ็กเพรส



     เว็บ อาลีบาบา ( alibaba.com ) และ เว็บ อาลีเอกเพรส ( aliexpress.com ) มี "เจ้าของเป็นคนๆเดียวกัน" นะครับ แต่ว่ามีนโยบายต่างกัน คือ เว็บ อาลีบาบา จะเอาใจใส่คนขาย  /  ส่วนเว็บ อาลีเอ็กเพรส จะเอาใจใส่คนซื้อ  /  ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ...

* * * นโยบายที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส "ถ้าของหาย" คนขายจะต้องรับผิดชอบเป็นตัวเงินจำนวนเต็ม


* * * วิธีที่จะทำให้ "ของไม่หาย" อย่างหนึ่งคือการคิด "ค่าส่งแพงๆ" เพื่อจะได้มีเลข Tracking Number ที่มีประสิทธิภาพ

       อย่างที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ซึ่งเป็นสินค้าที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส ที่เป็นเข็มขัดซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มาก ราคาสินค้าก็แค่ 7.98 เหรียญ ( ปรากฏอยู่ตรงบริเวณที่มี วงรีเส้นขอบสีเขียว ล้อมรอบอยู่ในภาพข้างบนนี้ )  แต่ค่าส่งก็ "ปา" เข้าไปตั้ง 56.23 เหรียญ ( ปรากฏอยู่ตรงบริเวณที่มี วงรีเส้นขอบสีม่วง ล้อมรอบอยู่ในภาพข้างบนนี้ )  ที่คิดค่าส่งแพง ก็เพื่อที่ว่าจะได้เลข Tracking Number ที่มีประสิทธิภาพ นั่นเอง ( ของจะได้ไม่หาย )


* * * ผลที่ตามมาก็คือว่า เมื่อคิดค่าส่งแพงก็จะทำให้ "ขายสู้คนขายคนอื่นไม่ได้" เพราะ ราคารวม ( หมายถึงค่าสินค้า + ค่าส่งมาประเทศไทย ) มันแพงกว่าคนขายอีกคนอื่น


* * * ดังนั้น คนขายบางคนจึงไม่ยอมขายของที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส แต่ "ย้ายไปขายที่เว็บ อาลีบาบา" แทนเนื่องจากเมื่อของหายทางผู้ขายก็ไม่ต้องรับผิดชอบ  


* * * ข้อดี ( สำหรับคนขาย ) ของเว็บ อาลีบาบา ก็คือว่า ทางคนขาย "ไม่ต้องรับผิดชอบ กรณีที่ของหาย"


* * * และข้อดี ( สำหรับคนขาย ) อีกข้อหนึ่งของเว็บ อาลีบาบา ก็คือว่า ทางคนขาย "ไม่ต้องตั้งราคาค่าส่งไว้" จึงไม่มีการเปรียบเทียบค่าส่งกัน ว่าเจ้าไหนถูกกว่า

       ซึ่งเป็นผลดีกับทางคนขาย เพราะว่าเมื่อคนซื้อไม่รู้ค่าส่่ง  คนซื้อก็ต้องใช้วิธีถามคนขายเป็นรายๆไป ( วิธีนี้เรียกว่า Contact Supplier ) ทำให้คนขายมีโอกาสติดต่อกับคนซื้อได้มากกว่า  คือมีโอกาสที่จะพูดจาหว่านล้อมคนซื้อได้มากกว่า 

       ในขณะที่ถ้าเป็น เว็บ อาลีเอ็กเพรส นั้น คนซื้อกับคนขายจะ "ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับคนขายเลย" เพราะคนซื้อสามารถ "เห็นค่าส่ง ได้ทันที" ก็เลยเปรียบเทียบราคากันได้เลยว่าเจ้าไหนเมื่อราคาสินค้ารวมกับค่าส่ง ( มาประเทศไทย ) เจ้าไหนถูกกว่า ก็จะไปซื้อเจ้านั้นทันที  /  ทำให้คนขายที่คิดค่าส่งแพง ( ที่คิดค่าส่งแพง เพราะต้องการส่งแบบมีเลข Tracking Number ที่มีประสิทธิภาพ ) ขายของไม่ได้


สินค้าที่เว็บ อาลีบาบา มีตัวเลือกมากกว่า  และมีสินค้าที่น่าสนใจมากกว่าเว็บ อาลีเอ็กเพรส


      ทำไม สินค้าบางตัว ถึงหาเจอที่เว็บ อาลีบาบา แต่ลูกค้าหาสินค้าชนิดเดียวกันนั้นไม่เจอในเว็บ อาลีเอ็กเพรส ?

       คำตอบก็คือว่า เพราะที่เว็บอาลีบาบา มีสินค้าให้เลือกหลายชนิด หลายแบบ และเป็นสินค้าที่น่าสนใจกว่าเว็บ อาลีเอ็กเพรส  /  ซึ่งเป็นไปอย่างนี้ ก็เพราะคนขายเขานิยมไปขายของที่เว็บ อาลีบาบา มากกว่าเว็บ อาลีเอ็กเพรส นั่นเอง  

       ทั้งๆที่ทั้งเว็บ อาลีบาบา และเว็บ อาลีเอ็กเพรส ก็มี เจ้าของเป็นคนๆเดียวกัน  แต่คนขายชอบที่จะวางขายสินค้าของตัวเอง เฉพาะในเวบอาลีบาบา อย่างเดียว  ไม่ยอมวางขายที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส


สินค้าที่เว็บ อาลีบาบา จะถูกกว่าเว็บ อาลีเอ็กเพรส


      เหตุผลที่สินค้าที่ขายที่เว็บ อาลีบาบา ขายถูกกว่าเว็บ อาลีเอ็กเพรส  ก็เพราะ ฝ่ายคนขายได้เปรียบฝ่ายลูกค้า

       คือหมายความว่า การตั้งราคาขายที่เว็บ อาลีบาบา คนขายไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่ของหาย ดังนั้นเขาจึงตั้งราคาขายถูกๆได้

       แต่ถ้าเป็นที่เว็บ อารีเอกเพรส  คนขายเขาจะต้องเผื่อไว้ในกรณีที่ของหาย  /  เพราะถ้าของหายเขาจะต้องรับผิดชอบจำนวนเงินเต็มให้กับลูกค้า

       ดังนั้น ราคาขายที่เว็บ อาลีเอกเพรส จึงแพงกว่า เวบอาลีบาบา เพราะคนขาย เขาต้องบวกเผื่อไว้ในกรณีที่ของหายนั่นเอง ( คือบวกเผื่อไว้สำหรับเงินที่จะต้องคืนให้กับลูกค้าในกรณีที่ของหาย )


ทำไมถึงบอกว่า เว็บอาลีบาบา  ไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่ของหาย




       ที่ทีมงาน tuvagroup.com ชอบพูดว่า ที่เว็บ อาลีบาบา นั้น คนขายไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่ของหาย? คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงพูดว่าเว็บ อาลีบาบา ไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่ของหาย ทั้งๆที่ข้อตกลงของเว็บ อาลีบาบา ก็เขียนไว้ว่าผู้ขายต้องรับผิดชอบในกรณีที่ของหาย  /  คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีดังนี้นะครับ

       ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่า การขายสินค้าของเวบ อาลีบาบา เขาจะขายแบบขายส่ง คือต้องซื้อเป็น "ร้อยชิ้น"  /  อีกทั้งวิธีการชำระเงิน ก็เป็นแบบการ "โอนเงินทางธนาคาร" เสียเป็นส่วนมาก

       คือหมายความว่าถ้าคนซื้อ ซื้อเป็นหลักร้อยชิ้น แล้วชำระเงินด้วยการโอนเงินธนาคาร  ทางเว็บ อาลีบาบา "ถึงจะ" ก็จะบังคับให้ ผู้ขายรับผิดชอบในกรณีที่ของหาย

       แต่ในทางปฏิบัติ แล้ว ลูกค้ามาซื้อของ "ชิ้นเดียว" และสะดวกที่จะโอนเงินทาง PayPal มากกว่า ( ไม่สะดวกที่จะ "โอนเงินทางธนาคาร" )

       คนขายก็เลยตั้งเงื่อนไขว่า ซื้อชิ้นเดียว "ก็ได้" และจ่ายทาง PayPal "ก็ได้"  "แต่" ไม่มีระบบคุ้มครองลูกค้านะ  /  หมายความว่าคนขายจะแอบส่งของขายให้คนซื้อ โดยไม่ผ่านทางบริษัท อาลีบาบา ( คือ "แอบส่ง" )

       พอเป็นการ "แอบส่ง" ( หมายถึงการที่คนขายแอบขายของให้คนซื้อโดยไม่ผ่านบริษัท อาลีบาบา )  ทางคนซื้อ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองในกรณีที่ของหาย จากเว็บ อาลีบาบา นั่นเอง

       ซึ่งลูกค้าของเว็บ อาลีบาบา ส่วนมากก็ยอม ( คือต้องยอม กรณีที่คนขาย ไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีของหาย ) เพราะการจ่ายด้วย PayPal นั้นสะดวกกว่าการโอนเงินธนาคาร และค่าธรรมเนียมการจ่ายด้วย PayPal ก็ถูกกว่าการโอนเงินทางธนาคารมาก ( การโอนเงินทางธนาคาร เสียค่าธรรมเนียมการโอน 1,500 บาท เป็นอย่างต่ำ คือหมายความว่า โอนเงิน 5 บาท ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอน 1,500 บาท ) อีกทั้งสินค้าของเว็บอาลีบาบาก็มีราคาถูกกว่าเว็บอาลีเอ็กเพรสมาก

       ลูกค้าจึงยอมเสี่ยงในการที่ว่า ของหาย แต่คนขายไม่ต้องรับผิดชอบ ก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง


ปัญหาของเว็บ อาลีเอ็กเพรส

      เว็บ อาลีเอ็กเพรส นั้น มีปัญหาอย่างหนึ่งคือ คนขายไม่กล้าตั้งราคาค่าส่งสูง ( การตั้งราคาค่าส่งสูง มีผลทำให้ได้เลข Tracking Number ที่มีคุณภาพ )  เพราะจะเป็นการเปรียบเทียบกับคนขายคนอื่นแล้วทำให้ตัวเองขายของไม่ได้

       แต่เมื่อตั้งราคาค่าส่งไว้ต่ำ ของก็จะหาย เพราะว่าเลข Tracking Number ใช้การไม่ได้ ( อันเนื่องมาจากค่าส่งต่ำ )

       แต่เมื่อคนขายย้ายไปขายที่เว็บ อาลีบาบา เขาไม่ต้องโชว์ค่าส่งก็ได้

       เมื่อไม่มีการโชว์ค่าส่ง ( หมายถึง ตอนที่ขายสินค้าที่เว็บ อาลีบาบา )  คนซื้อจึง "หลงเข้ามาถาม" ค่าส่งกับคนขาย  เพื่อสอบถามว่าถ้าส่งมาประเทศไทย ราคาค่าส่งจะเป็นเทาไร  /  ซึ่งการที่คนซื้อ "หลงเข้ามาถาม" ก็เลย  เปิดโอกาสให้คนขาย จะได้ "ชี้แจง" ได้ว่า ที่คิดค่าส่งแพง และก็เพื่อจะได้ไม่ทำให้สินค้าหาย  คือจะได้เลข Tracking Number ที่มีประสิทธิภาพ )

       ในขณะที่ถ้าเขาขายอยู่ที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส นั้น ถ้าเขาตั้งค่าส่งแพง ลูกค้าก็จะไม่เข้ามาถามอะไรเลย แล้วไปซื้อกับเจ้าอื่นแทน  ทำให้คนขายไม่สามารถชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องค่าส่งที่มีราคาแพงได้ 


แต่ถึงอย่างไร คนซื้อ ก็ยัง"นิยม" ซื้อที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส  มากกว่าซื้อที่เว็บ อาลีบาบา อยู่ดี

ภาพบน ) เว็บ อาลีบาบา นั้น คนซื้อต้องถามคนขายตรงๆ ถึงจะรู้ค่าส่งมาไทย

     การที่เว็บ อาลีบาบา ไม่บอกค่าส่งไว้ จึงลำบากกับทางคนซื้อ ที่จะต้อง "ยุ่งยาก" ในการสอบถามคนขายเรื่องค่าส่ง ( คือต้อง Contact Supplier - ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ ) ซึ่งการจะได้ค่าส่งถูกๆนั้น ทางคนซื้อก็ต้องถามคนขาย "หลายๆเจ้า"

       การที่คนซื้อสอบถามคนขาย "หลายๆเจ้า" ก็จะต้องมีทั้งคนขาย เจ้าที่ขายได้ และเจ้าที่ขายไม่ได้   /  ยกตัวอย่างเช่น ถามคนขาย 10 เจ้า ( เพื่อเทียบราคาค่าส่งกัน ) แต่คนซื้อก็ ซื้อแค่เจ้าเดียว  ,อีก 9 เจ้าไม่ซื้อ ( คือคนซื้อ จะซื้อเจ้าที่คิดค่าส่งถูกที่สุด )

       ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆเข้า ( หมายถึงว่า ถ้ามีการซื้อสินค้าหลายๆรายการ )  "แต่ละรายการ" คนซื้อก็จะถามคนขายเรื่องค่าส่ง ประมาณ 10 เจ้า และก็จะต้องมี 9 เจ้า ที่คนซื้อ ไม่ได้ซื้อ มากขึ้นเรื่อยๆ ( เพราะซื้อแค่เจ้าเดียว )

       ท้ายที่สุด คนขาย ( ที่เป็นหนึ่งใน 9 เจ้า ที่มากขึ้นเรื่อยๆนั้น ) ก็จะรำคาญคนซื้อคนนี้   คือรำคาญในแง่ที่ว่า ถามราคาค่าส่งมา แต่ไม่ซื้อเสียที สุดท้าย คนขาย ก็ แบนคนๆนี้ เรื่องนี้ ทีมงาน tuvagroup.com เจอมากับตัวนะครับ คือถามคนขาย ( ถามค่าส่ง ) หลายเจ้า แต่ไม่ซื้อ ( เพราะทีมงานเห็นว่าค่าส่งแพง ก็เลยหันไปซื้อเจ้าที่ค่าส่งถูกๆ ) สุดท้ายทีมงานก็ โดนคนขายแบนทีมงาน tuvagroup.com เลย )

       ด้วยเหตุนี้ คนซื้อ จึงไม่อยากซื้อของที่เว็บ อาลีบาบา เพราะ กลัวโดนแบน และไม่อยากยุ่งยากเรื่องการถามราคาค่าส่ง  แล้วหนีไปซื้อสินค้าที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส แทน   เพราะที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส นั้น เขาบอกค่าส่งไว้เรียบร้อยแล้ว แค่เอาราคาค่าสินค้าบวกกับค่าส่ง ก็รู้แล้วว่าเจ้าไหนขายถูก ก็ซื้อเจ้านั้นได้เลย ไม่ต้องถามผู้ขาย ( Contact Supplier ) ให้ยุ่งยากเหมือนเว็บ อาลีบาบา



สรุป ...  ผู้ขายหนีไปขายที่เว็บ อาลีบาบา   แต่ผู้ซื้อหนีมาซื้อที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส

      สรุปว่า ผู้ขายหนีไปขายที่เว็บอาลีบาบา แต่ผู้ซื้อหนีมาซื้อที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส

       ดังนั้น ในกรณีที่คนซื้อ จะ "ซื้อปลีก" หรือ "ซื้อสินค้าชิ้นเดียว" นั้น ก็สามารถเลือกซื้อได้ 2 แบบ คือ

 * * * ซื้อที่เว็บ อาลีบาบา  เพราะ สินค้ามีราคาถูก มีตัวเลือกมากมาย  แต่มีข้อเสียคือ ต้อง "ถามค่าส่ง" จากผู้ขายเอง และไม่มีความคุ้มครองกรณีที่ของหาย


 * * * ซื้อที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส  เพราะ ไม่ต้องถามค่าส่งจากผู้ขาย เนื่องจากเราจะรู้ค่าส่งได้ทันทีเลย ( เพราะที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส เขาตั้งค่าส่งไว้ให้ดู ) ทำให้เราเทียบราคาได้เลยว่า ราคาค่าสินค้า + ค่าส่ง ( ที่เว็บ อาลีเอ็กเพรส ตั้งไว้ให้ดู ) เจ้าไหนถูกกว่ากัน ก็เลือกซื้อจากเจ้านั้นเลย  และได้รับความคุ้มครองกรณีที่ไม่ได้รับสินค้า คือหมายความว่า คนขาย จะต้องคืนเงินให้คนซื้อ ในกรณีที่ของหายด้วย

       แต่ข้อเสียของเว็บ อาลีเอ็กเพรส คือ ตัวเลือกสินค้าจะน้อย และสินค้าราคาค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับเวบ อาลีบาบา

- END -

No comments:

Post a Comment